เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ที่ดีที่สุด ปี 2021 – หนึ่งในไอเทมที่คอกาแฟไม่ควรพลาด

เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ที่ดีที่สุด
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ที่ดีที่สุด

หากคุณเป็นคนนึงที่ รักในการดื่มกาแฟ คุณคงทราบดีว่า การบดเมล็ดกาแฟก่อนการชงเป็นวิธีเดียวที่คุณจะกักเก็บรสชาติ และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการใช้ “เครื่องบดกาแฟ” จึงมีความจำเป็น และเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับคอกาแฟเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องบดกาแฟจะช่วยให้เราสามารถบดกาแฟได้อย่างละเอียดตามที่เราต้องการ ซึ่งคุณคงรู้ดีอยู่แล้วว่า ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าความหอม และความสดของเมล็ดกาแฟที่ผ่านการบดมาแบบสดใหม่ในทุก ๆ แก้วที่คุณดื่ม หากคุณบดกาแฟด้วยตัวเองคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสโดยตรง และคุณจะไม่มีวันกลับไปดื่มกาแฟสำเร็จรูปได้อีกแน่นอน

ซึ่งความแตกต่างของการดื่มกาแฟบดสด และกาแฟแบบบดสำเร็จรูป ก็คือ กาแฟแบบบดสดจะมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า และมีกลิ่นหอมที่ชัดเจนกว่าค่ะ ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการดื่มกาแฟที่มีรสชาติดี คุณก็ต้องดื่มกาแฟที่มีการบดสด ๆ เท่านั้น สำหรับตัวเครื่องบดกาแฟนั้น ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่ใส่เมล็ดกาแฟลงในเครื่องบดและก็เปิดเครื่อง แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งเมื่อบดแล้วคุณสามารถใช้เครื่องชงกาแฟ เพื่อให้ได้กาแฟที่มีรสชาติตามความต้องการได้ ถึงแม้ว่าเครื่องบดกาแฟจะใช้งานง่าย แต่การเลือกซื้อมันไม่ได้ง่ายเลย เนื่องจากมันมีหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อ และแต่ละยี่ห้อก็มีปัจจัยที่แตกต่างกันดังนั้นก่อนซื้อ เครื่องบดกาแฟ คุณควรพิจารณาถึงเรื่องวัสดุ ขนาด ฟังก์ชัน และการใช้งานก่อน เพื่อให้สามารถเลือกซื้อเครื่องบดกาแฟที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้มากที่สุด แต่หากคุณคิดว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไป วันนี้เราก็มีสินค้าและคำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องบดกาแฟมาฝากกันค่ะ

ซื้อ เครื่องบดกาแฟ ยี่ห้อไหนดีและเหมาะกับคุณ 

เครื่องบดกาแฟ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องซื้อ ?

หากคุณเป็นคนที่อยู่ในวัยเรียน และวัยทำงาน คุณคงรู้ดีว่า กาแฟคือเครื่องดื่มที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ และเป็นสิ่งแรกที่คุณนึกถึงเมื่อตื่นนอนตอนเช้า แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการตื่นมาพบกับ กลิ่นหอม ๆ ของกาแฟ ซึ่งประโยชน์อันดับแรกของการบดเมล็ดกาแฟก็คือ “กลิ่นของกาแฟ” ค่ะ เพราะไม่มีอะไรทำให้คุณลุกจากเตียงได้เร็วไปกว่าการได้กลิ่นของกาแฟสดบดแล้ว เมื่อคุณบดเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง กลิ่นหอมของกาแฟจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันธรรมชาติจะถูกปล่อยออกมาจากเมล็ดกาแฟในระหว่างกระบวนการบด ไม่เพียงแต่กลิ่นเท่านั้น แต่การบดกาแฟยังทำให้ กาแฟมีรสชาติที่ดีขึ้น ด้วย เพราะปกติแล้วกาแฟจะสูญเสียกลิ่นหอมตามธรรมชาติไปอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณบดกาแฟทิ้งไว้ เมล็ดกาแฟจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ซึ่งจะส่งผลให้กลิ่นหอมและรสชาติของกาแฟลดลง

การบดกาแฟ เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการผลิตกาแฟ การบดกาแฟสดจะทำให้กาแฟมีรสชาติดีมากขึ้น และยังมีการปนเปื้อนของสารเคมีน้อยลงด้วย ถึงแม้ว่ากาแฟบดสำเร็จรูป อาจดูสะดวกสบายกว่ามาก แต่การใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการบดกาแฟ เรารับรองเลยว่ามันจะดีกว่าอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งด้วยวิธีนี้คุณจะได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากกาแฟ เพราะการบดกาแฟเองนั้นมันคุ้มค่ามาก ๆ คุณจะได้รสชาติที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด และได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพจากส่วนประกอบต่าง ๆ ของกาแฟอย่างเต็มที่ อีกทั้งคุณยังสามารถควบคุมกระบวนการการบดกาแฟได้ตามที่คุณชื่นชอบด้วย

รูปภาพจาก duchess.co.th

Duchess เครื่องบดเมล็ดกาแฟ รุ่น CG9100

เครื่องบดกาแฟระบบไฟฟ้า หมุน 12,000 รอบต่อนาที สามารถบดกาแฟได้อย่างรวดเร็ว

ราคา 990 บาท*

ข้อมูลสินค้า

บรรจุเมล็ดกาแฟได้ : 75 กรัม 

วัสดุของใบมีด : สเตนเลส 

ขนาดของตัวเครื่อง : 21 x 12 x 12 ซม.

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 1 กก.

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ฝาปิดของตัวเครื่องมีซีลล็อกที่มีประสิทธิภาพ
  • ใบมีดสเตนเลสภายในเครื่องมีคุณภาพระดับพรีเมียม
  • สามารถกดปุ่มเพื่อควบคุมการบดกาแฟได้เป็นอย่างดี 
  • ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อนอีกทั้งยังบดกาแฟได้เร็ว
ข้อควรพิจารณา

ฝาปิดพลาสติกอาจจะแตกหักได้ง่าย

Duchess เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในเรื่องของกาแฟ ตัวเครื่องมีมอเตอร์ขนาด 200 วัตต์ ซึ่งมีประสิทธิภาพ ทนทานและทรงพลัง ตัวเครื่องจะบดเมล็ดกาแฟด้วยแรงปั่น 12,000 รอบ/นาที ทำให้กาแฟที่บดได้มีความสมบูรณ์แบบ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของอุปกรณ์ได้โดยกดที่ปุ่ม Push ของเครื่องบดกาแฟได้ ภายในเครื่องมีใบมีดสเตนเลสสตีลที่ทนทานผลิตจากสเตนเลสคุณภาพระดับพรีเมียม สามารถตัดผ่านเมล็ดกาแฟได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณจึงไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงเลย เครื่องบดกาแฟเครื่องนี้มีรูปทรงสวยงามพร้อมฝาปิดแบบโปร่งใสให้คุณได้เห็นเมล็ดกาแฟที่บดแล้ว โถบดเป็นวัสดุเกรดอาหารปลอดภัย สามารถถอดและทำความสะอาดได้ง่ายด้วยน้ำ เราขอแนะนำให้เช็ดให้แห้งด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เมื่อใช้งานเสร็จเพื่อให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน โถบดมีความจุสูงสุด 75 กรัม ฝาปิดมีซีลและตัวล็อกเพื่อความปลอดภัยที่แข็งแรง ซึ่งป้องกันการรั่วซึมหรือหกเลอะเทอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างกระบวนการบด นอกจากนี้คุณสามารถควบคุมกระบวนการบดได้เพียงแค่กดปุ่ม Push ด้วยวิธีนี้คุณสามารถเลือกได้เลยว่าคุณจะต้องการเมล็ดกาแฟที่หยาบหรือละเอียดเพียงใด
รูปภาพจาก worldtech.asia

Worldtech เครื่องบดกาแฟไฟฟ้าแบบพกพา รุ่น WT-CG-M150C

เครื่องบดกาแฟขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย มีมอเตอร์ทรงพลังบดเมล็ดกาแฟได้อย่างรวดเร็ว

ราคา 400 บาท*

ข้อมูลสินค้า

บรรจุเมล็ดกาแฟได้ : 50 กรัม 

วัสดุของใบมีด : สเตนเลส 

ขนาดของตัวเครื่อง : 18.5 x 8.5 x 15  ซม.

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 0.7 กก.

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ง่ายต่อการใช้เพราะพกพาสะดวกมาก
  • ปลอดภัยต่อการใช้งานเพราะระบบทำงานไม่ซับซ้อน
  • ใช้ได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
  • น้ำหนักเบาและพกพาง่าย 
  • นอกจากบดเมล็ดกาแฟแล้วยังสามารถบดถั่วและเครื่องเทศได้
ข้อควรพิจารณา

อาจมีเสียงดัง

เครื่องบดกาแฟ Worldtech เครื่องนี้เป็นเครื่องบดกาแฟแบบพกพาที่เหมาะกับสายกาแฟทุกคน ขอบอกเลยว่าตัวเครื่องจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนและให้การบดกาแฟอย่างมีประสิทธิภาพมาก ตัวเครื่องมีความเบามากและง่ายต่อการใช้ในการบดกาแฟ อุปกรณ์นี้มีการออกแบบที่ดูสวยงามและพกพาสะดวก คุณจึงสามารถหยิบมันออกมากตู้จัดวางได้ทุกครั้งที่ต้องการ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการพกพาไปตั้งแคมป์อีกด้วย เมื่อใช้งานเสร็จแล้วคุณสามารถจัดเก็บได้ง่ายมาก ง่ายต่อการจัดการและทำความสะอาด  เพียงแค่กดที่ฝาคุณก็สามารถควบคุมการบดได้ตามต้องการ คุณสามารถเลือกการบดได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบหยาบหรือละเอียด คุณจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ในไม่กี่วินาที เพราะมันมีมอเตอร์ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและตัวเครื่องก็มาพร้อมใบมีดสเตนเลสถึง 2 ใบมีดที่มีความคมมาก ใช้งานง่ายมากและมีความปลอดภัยที่สูงมากเลยทีเดียว
รูปภาพจาก jowsua.com

Jowsua เครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้า 600N

เครื่องบดกาแฟราคาประหยัด ใช้วัสดุคุณภาพสูง สามารถบดกาแฟได้หลายแบบ

ราคา 1,190 บาท*

ข้อมูลสินค้า

บรรจุเมล็ดกาแฟได้ : 250 กรัม 

วัสดุของใบมีด : สเตนเลส 

ขนาดของตัวเครื่อง : 12 x 19.5 x 36 ซม. 

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 3.6 กรัม

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ประกอบง่ายและใช้งานง่ายมาก
  • ตัวเครื่องทำงานค่อนข้างเงียบ
  • มีรูปแบบการบด 8 แบบให้เลือกเพื่อให้กาแฟมีความสม่ำเสมอตามที่ต้องการ
  • ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่สวยงาม มีประสิทธิภาพและมีความทนทานสูง
ข้อควรพิจารณา

ตัวพลาสติกมีความบอบบางต้องใช้อย่างระมัดระวัง

เครื่องบดกาแฟ Jowsua เป็นเครื่องบดกาแฟที่จะดูโดดเด่น เหมาะกับการใช้งานในบ้านและร้านกาแฟเล็ก ๆ  ตัวเครื่องมีหัวบดที่เป็นสเตนเลสมีอายุการใช้งานยาวนาน เครื่องบดกาแฟนี้ใช้งานง่ายมาก มีการตั้งค่าการบดกาแฟ 8 แบบให้เลือกทำให้คุณสามารถปรับความสม่ำเสมอของเมล็ดกาแฟได้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชงกาแฟแบบฝรั่งเศส เอสเปรสโซ ดริปอีกทั้งยังเหมาะกับการชงกาแฟอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวเครื่องสามารถบดกาแฟ 250 กรัมได้ในครั้งเดียว ถังพักทำจากพลาสติกเพื่อลดโอกาสที่กาแฟจะเกิดไฟฟ้าสถิตและจะเกาะติดกับด้านข้าง ตัวใบมีดหมุนด้วยความเร็วแบบพอดี ซึ่งจะช่วยลดความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดทานของใบมีดที่หมุนเร็วเกินไป ตัวเครื่องสามารถทำความสะอาดได้ง่ายมากเพราะแยกส่วนออกมาได้ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้นานมาก
รูปภาพจาก duchess.co.th

Duchess เครื่องบดเมล็ดกาแฟ รุ่น CG650

ดีไซน์สวยทันสมัย ใช้หัวบดแบบ Burrs Type สามารถบดกาแฟได้ 6 - 9 กก. ในเวลา 1 ชม.

ราคา 13,990 บาท*

ข้อมูลสินค้า

บรรจุเมล็ดกาแฟได้ : 1,200 กรัม 

วัสดุของใบมีด : สเตนเลส 

ขนาดของตัวเครื่อง : 56 x 21 x 30 ซม.

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 13.5 กก.

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีหัวบดสเตนเลสขนาด 64 มม. เหมาะสำหรับการบดกาแฟทุกประเภท
  • หัวบดถอดออกได้ทำให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น
  • สามารถบดกาแฟในปริมาณมากได้ในครั้งเดียว 
  • ตัวเครื่องมีความโดดเด่นเหมาะสำหรับใช้งานในเชิงพาณิชย์
  • มีหน้าจอแบบดิจิตอลควบคุมการทำงานได้ง่าย
ข้อควรพิจารณา
  • ราคาสูงมาก
  • เหมาะสำหรับการใช้ในร้านกาแฟมากกว่าใช้แบบส่วนตัว 
เครื่องบดกาแฟจาก Duchess เครื่องนี้จะเหมาะกับคุณมากหากคุณต้องการเครื่องบดกาแฟที่ดีที่สุดสำหรับร้านกาแฟของคุณ เพราะเครื่องบดกาแฟเครื่องนี้มีความจุถึง 1,200 กรัม สามารถบดกาแฟได้ 6 - 9 กิโลกรัมภายในเวลา 1 ชั่วโมงซึ่งถือว่าเร็วมากเลยทีเดียวค่ะ ตัวบดกาแฟนั้นเป็นแบบสเตนเลสมีความแข็งแกร่งและใช้งานได้อย่างยาวนาน ตัวเครื่องไม่ได้มีขนาดใหญ่มากจึงไม่ให้กินพื้นที่ในการจัดวางมากเกินไป หัวบดกาแฟเป็นแบบ Burrs Type ขนาด 64 มม. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการบดกาแฟประเภทต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซ เฟรนช์เพรสหรือแบบดริป ตัวเครื่องใช้วิธีการบดเป็นแบบอิงตามน้ำหนักมากกว่าการจับเวลาและคุณจะสามารถจัดการกับเมล็ดกาแฟจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว หากคุณชอบความทันสมัยเครื่องบดกาแฟเครื่องนี้จะตอบโจทย์ได้ดีมากเพราะมีหน้าจอแบบดิจิตอล ใช้งานได้ง่าย มีมอเตอร์ 350 วัตต์แรงพอสำหรับการบดกาแฟอย่างแน่นอนค่ะ
รูปภาพจาก gefu.com

GEFU เครื่องบดเมล็ดกาแฟ รุ่น 16331

เครื่องบดกาแฟมือหมุนแบบดั้งเดิม ปรับระดับความละเอียดได้ถึง 8 ระดับ

ราคา 3,790 บาท*

ข้อมูลสินค้า

บรรจุเมล็ดกาแฟได้ : 50 กรัม 

วัสดุของใบมีด : สเตนเลส 

ขนาดของตัวเครื่อง : 14.5 x 9 x 21.5 ซม. 

น้ำหนักของตัวเครื่อง : ไม่ระบุ

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีระดับการบด 8 แบบหมายความว่าคุณจะได้ความละเอียดที่ต้องการ
  • ตัวเครื่องทำงานเงียบสุด ๆ ชงกาแฟได้โดยไม่รบกวนผู้อื่น
  • เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางเพราะไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือพลังงานเลย
  • ตัวเครื่องมีความทนทานสูงมาก ใช้งานได้นาน 
  • ก้านบดถอดออกมาได้เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บ
ข้อควรพิจารณา

ต้องใช้แรงและพลังงานในการบดกาแฟ

GEFU เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุนนี้เป็นวิธีที่สะดวกที่จะใช้ในการบดเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง ตัวเครื่องถอดประกอบได้ง่ายเพื่อการบดและสุขอนามัยที่ดี ตัวเครื่องทำด้วยวัสดุคุณภาพสูงมีตัวบดเป็นสเตนเลสที่ทนทานมาก ฝาปิดเป็นแบบอะลูมิเนียมและมีตัวฐานที่ทำจากพลาสติก ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ทำให้เรามั่นใจได้ถึงความทนทานของเครื่องบดกาแฟ ตัวเครื่องมีความทนทานมากเพื่อการใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ตัวเครื่องมีด้ามจับที่มีความยาวขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดความพยายามในการบดเมล็ดกาแฟและไม่ต้องกังวลว่าจะต้องออกแรงมากเกินไปสำหรับการบดการบดกาแฟในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการบดที่คุณสามารถปรับได้ถึง 8 ระดับเพื่อควบคุมความหยาบหรือความละเอียดของการบดกาแฟของคุณได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้กาแฟที่ผ่านการบดสดใหม่ได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ ใครที่ชอบการบดกาแฟแบบดั้งเดิมต้องลองค่ะ

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

คุณสมบัติที่คุณควรพิจารณาในการเลือกซื้อ เครื่องบดกาแฟ

1. ประเภทของเครื่องบดกาแฟ

  • เครื่องบดกาแฟแบบใบมีด (Blade coffee grinder) : เป็นเครื่องบดกาแฟเครื่องแรกที่คุณควรซื้อ ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ค่ะ เนื่องจากเครื่องบดกาแฟแบบใบมีด เป็นเครื่องที่ใช้งานได้ง่ายที่สุด ตัวเครื่องจะใช้ใบมีดในการบดเมล็ดกาแฟ โดยข้อได้เปรียบของเครื่องบดกาแฟแบบใบมีดก็คือ เรื่องของราคา และขนาด ซึ่งเครื่องบดกาแฟแบบใบมีดจะมีราคาถูกที่สุด เพราะการออกแบบมีความเรียบง่าย และมีขนาดเล็ก กะทัดรัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย แต่ข้อเสียของเครื่องบดกาแฟแบบใบมีดก็คือ มันอาจจะมีเสียงดังในระหว่างการทำงาน
  • เครื่องบดกาแฟแบบเฟือง (Burr coffee grinder) : เป็นเครื่องบดกาแฟที่มีราคาแพงกว่าเครื่องบดกาแฟแบบใบมีดเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นเครื่องบดกาแฟที่ดีที่สุด เพราะตัวเครื่องจะบดเมล็ดกาแฟด้วยการใช้เฟือง ทำให้ไม่มีเสียงระหว่างการบด นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกขนาดของเฟือง เพื่อการบดที่สม่ำเสมอทุกครั้งได้ ซึ่งปกติแล้วเครื่องบดกาแฟแบบเฟือง จะมี 2 ประเภท แยกย่อยออกมาอีก ได้แก่ เครื่องบดแบบล้อ (ทำงานได้เร็ว แต่เสียงดังกว่า) และเครื่องบดเฟืองทรงกรวย (ทำงานช้ากว่า แต่มีเสียงเงียบ) ดังนั้นคุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการค่ะ
  • เครื่องบดกาแฟแบบแมนนวล (Manual coffee grinder) : เป็นเครื่องบดกาแฟที่มีราคาประหยัดที่สุด เนื่องจากมีขนาดเล็ก และไม่ต้องใช้ไฟฟ้า มันจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพกพา การนำไปใช้งานกลางแจ้ง หรือใช้เมื่อเดินทาง ตัวเครื่องทำงานโดยใช้ข้อเหวี่ยงในการบดเมล็ดกาแฟ ทำให้คุณสามารถควบคุมการบดเมล็ดกาแฟได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเอารูปแบบใด หรือความละเอียดเท่าไหร่ คุณก็สามารถเลือกได้ค่ะ แต่อาจจะต้องใช้แรงสักเล็กน้อย

2. ความจุของเครื่องบดกาแฟ

ความจุของเครื่องบดกาแฟ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ค่ะ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่ดื่มกาแฟไม่บ่อยนัก คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบดกาแฟที่มีความจุเยอะ ๆ เนื่องจากในการบดกาแฟหนึ่งครั้ง คุณควรดื่มให้หมดทันที เพราะถ้าหากบดทิ้งเอาไว้ ความชื้นในอากาศจะทำให้กาแฟเสื่อมคุณภาพลง แต่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟมาก หรือคนในครอบครัวของคุณก็ชอบดื่มกาแฟเช่นกัน คุณควรซื้อเครื่องบดกาแฟที่มีความจุขนาดใหญ่ เพื่อให้เพียงพอต่อการบดในแต่ละครั้งค่ะ

3. ความเร็วในการบดกาแฟ

เนื่องจากเครื่องบดกาแฟจะทำงานโดยการใช้มอเตอร์ ซึ่งผู้ซื้อบางคนอาจจะคิดว่า มอเตอร์ที่มีความเร็วสูงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่เราขอบอกเลยว่า เรื่องนี้ไม่ได้จริงเสมอไปค่ะ เพราะความเร็วที่สูงขึ้นอาจทำให้ความร้อนเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้กาแฟไหม้ได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติของกาแฟอีกด้วย แทนที่จะเลือกเครื่องบดกาแฟที่มีความเร็วสูง เราขอแนะนำให้เลือกเครื่องบดกาแฟมีการเปลี่ยนรูปแบบการบดได้จะดีกว่า เพราะคุณลักษณะนี้จะสร้างความสมดุลระหว่างกระบวนการบดกาแฟนั่นเองค่ะ

4. ความร้อน

ความเร็วที่สมดุล มักจะมาพร้อมกับการทำความร้อนที่สม่ำเสมอ ซึ่งมันดีกว่าสำหรับคุณภาพของกาแฟของคุณ การตรวจสอบความเร็ว และปริมาณความร้อนที่เครื่องบดกาแฟสามารถผลิตได้ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว เครื่องบดกาแฟแบบแมนนวล จะถูกกำหนดการทำงานด้วยตัวของคุณเอง ส่วนเครื่องบดกาแฟไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้แรงของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก และมีหลากหลายความเร็วให้เลือก เพื่อทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามที่คุณต้องการค่ะ

5. ขนาดของหัวบดกาแฟ

ขนาดของหัวบดกาแฟมีความเกี่ยวข้องอย่างมากเกี่ยวกับการผลิตความร้อน และความเร็ว ขนาดของหัวบดกาแฟขนาดใหญ่จะมีค่าความเร็วรอบที่ต่ำกว่า (รอบต่อนาที (RPM)) ซึ่งทำให้เกิดความร้อนน้อยลง และให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ ส่วนหัวบดที่มีขนาดเล็กจะหมุนได้เร็วกว่า ซึ่งอาจจะไม่มีคุณภาพมากนัก หัวบดกาแฟที่มีขนาดใหญ่กว่า จะมีคุณภาพสูง และมีราคาแพงกว่า ดังนั้นคุณต้องพิจารณาว่า คุณจะใช้เครื่องบดกาแฟบ่อยแค่ไหน ก่อนที่จะเลือกขนาดของหัวบดกาแฟ นอกจากนี้การตั้งค่าการบดก็สำคัญค่ะ เพราะเครื่องบดกาแฟแต่ละรุ่น จะแตกต่างกันไปตามการตั้งค่าการบด บางรุ่นอาจจะมีตัวเลือกให้บดหลายแบบ ในขณะที่บางรุ่นบดได้เพียงแค่แบบเดียวเท่านั้น ดังนั้นในการเลือกซื้อให้เลือกตามความชอบ และความต้องการของตัวคุณเองค่ะ

6. วัสดุและความทนทาน

เพื่อความทนทานและการใช้งานที่ยาวนาน มันจะดีกว่าถ้าเลือกเครื่องบดกาแฟที่ทำจากวัสดุเซรามิก ซึ่งแม้ว่า เซรามิกจะมีราคาที่สูงกว่า แต่โดยมันก็จะให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าวัสดุอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ส่วนเครื่องบดกาแฟแบบสเตนเลสมีราคาถูกกว่ามาก นอกจากนี้ยังง่ายต่อการซ่อมแซม และหาชิ้นส่วนอะไหล่อีกด้วย หากคุณต้องการเลือกซื้อเครื่องบดกาแฟราคาถูก เครื่องบดกาแฟแบบสเตนเลสจะตอบโจทย์ได้ดีมากกว่าค่ะ