เครื่องชงกาแฟสด ที่ดีที่สุด ปี 2021 – หอมฟุ้ง เข้มข้น ได้รสชาติของกาแฟแท้ ๆ

เครื่องชงกาแฟสด ที่ดีที่สุด
เครื่องชงกาแฟสด ที่ดีที่สุด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กาแฟ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยวัยทำงาน เนื่องจากกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ดื่มรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น และมีการศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การบริโภคกาแฟอาจช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้อีกด้วย (1) สำหรับคนที่เป็นคอกาแฟคงทราบกันดีกันอยู่แล้วว่า กลิ่นของกาแฟที่ชงสดใหม่ในตอนเช้านั้น หอมมากเพียงใด ซึ่งกลิ่นหอมของกาแฟนั้น เกิดจากการนำเมล็ดกาแฟที่บดละเอียดด้วยเครื่องบดเมล็ดกาแฟ ผสมกับน้ำร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสม เมื่อผสมเรียบร้อยแล้วจะทำให้คุณได้รับเครื่องดื่มที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคุณยังดื่มกาแฟสำเร็จรูปอยู่เราขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดมาก เพราะกลิ่นของกาแฟสำเร็จรูปนั้นสู้กลิ่นของกาแฟสดไม่ได้เลย ดังนั้นเราขอแนะนำ “เครื่องชงกาแฟสด” อุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณสามารถชงกาแฟได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเครื่องชงกาแฟบางยี่ห้อเป็นเครื่องชงกาแฟที่ครบเครื่องมาก เพราะสามารถคั่ว บด และกรองกากกาแฟได้ในตัวซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับกาแฟสดที่แสนจะเข้มข้นได้ง่าย ๆ ค่ะ

หากวันนี้คุณกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟสด เพื่อชงกาแฟหอม ๆ ในตอนเช้า เราก็มีสินค้าและคำแนะนำดี ๆ ในการเลือกซื้อกาแฟสดมาฝากกันค่ะ

ซื้อ เครื่องชงกาแฟสด ยี่ห้อไหนดีและเหมาะกับคุณ

ทำไมต้องซื้อเครื่องชงกาแฟสด ?

ถึงแม้ว่ากาแฟจะหาซื้อได้ง่ายมากและทุกที่ที่คุณไปก็ต้องมีกาแฟให้ดื่มอย่างแน่นอน แต่กาแฟที่ซื้อจากร้านกาแฟก็มีราคาสูงมาก ในสมัยนี้กาแฟแก้วหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 50 บาทแล้ว และถ้าหากคุณอยากได้ความพิเศษ ด้วยการดื่มกาแฟลาเต้วิปครีมเข้ม ๆ คุณก็จะต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 70 บาท แต่ถ้าคุณมีเครื่องชงกาแฟสดอยู่ที่บ้านของคุณ คุณไม่จำเป็นจ่ายเงินทุกวันอีกต่อไปค่ะ นอกจากนี้คุณยังสามารถชงกาแฟได้ทุกวันตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ช่วงไหนก็สามารถทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ต่อไปนี้เป็นเหตุผลเพิ่มเติมว่า ทำไมคุณต้องซื้อเครื่องชงกาแฟสด ?

  • ประหยัดเงินด้วยการดื่มกาแฟรสเลิศที่บ้าน : ถ้าหากคุณพบว่าตัวเองไปร้านกาแฟอย่าง Starbucks แทบทุกวัน เนื่องจากกาแฟร้านนี้มีรสชาติดี เข้มข้น และมีกลิ่นหอม เครื่องชงกาแฟจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้นค่ะ ซึ่งใน Starbucks กาแฟ 1 แก้ว ราคาไม่ต่ำกว่า 100 บาท หากคุณซื้อกาแฟทุกวัน วันละ 1 แก้ว เดือน ๆ นึงเป็นเงินเท่าไหร่ แน่นอนว่าคุณแทบไม่อยากจะคำนวณเลย ซึ่งเราขอบอกเลยว่าถ้าหากคุณนำเงินจำนวนนั้นมาซื้อเครื่องชงกาแฟ มันสามารถทำให้คุณได้ดื่มกาแฟที่มีรสชาติดี เข้มข้น และมีกลิ่นหอมอยู่ แต่ไม่ต้องจ่ายวันละ 100 บาท แล้ว
  • ทำกาแฟรสชาติที่คุณชอบได้อย่างง่ายดาย หากคุณมีเครื่องชงกาแฟอยู่ที่บ้านของคุณ คุณจะสามารถปรุงแต่งรสชาติของกาแฟได้ตามที่คุณต้องการค่ะ ปกติแล้วเมื่อคุณซื้อกาแฟนอกบ้านรสชาติของกาแฟ มักจะเป็นรสชาติ มาตรฐาน และเป็นไปตามสูตรทั่วไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะหารสชาติที่คุณโปรดปราน ดังนั้นหากคุณต้องการกาแฟที่สมบูรณ์แบบ การชงกาแฟด้วยตัวเองคือทางเลือกที่ดีที่สุด
  • คุณสามารถลองทานเมล็ดกาแฟได้หลากหลายประเภท หากคุณมีเครื่องชงกาแฟ คุณสามารถเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับการชงกาแฟด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าคุณจะต้องการเมล็ดกาแฟจากประเทศไหน บราซิล อินเดีย โคลัมเบีย หรือกัมพูชาคุณก็สามารถเลือกซื้อได้ หากคุณมีเครื่องชงกาแฟคุณจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่เมล็ดกาแฟมาตรฐานอย่างแน่นอน หากคุณชอบทานกาแฟหลากหลายประเภทการมีเครื่องชงกาแฟเป็นของตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่แตกต่างกัน
  • ช่วยยกระดับบ้านของคุณ เครื่องชงกาแฟที่ดีจะเป็นหัวใจของบ้านและห้องครัวของคุณ เครื่องชงกาแฟสมัยใหม่ส่วนใหญ่ดูโฉบเฉี่ยวและมีสไตล์ มันจะเพิ่มความมีสไตล์ให้กับบ้านของคุณ เครื่องชงกาแฟจะเป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านของคุณ เพราะคุณสามารถชงกาแฟให้กับแขกของคุณได้ทุกเมื่อ ดังนั้นถ้าคุณชอบบรรยากาศ ของร้านกาแฟ คุณต้องซื้อเครื่องชงกาแฟไว้ใช้ที่บ้านค่ะ
รูปภาพจาก otto.co.th

OTTO เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025a

เครื่องชงกาแฟราคาประหยัด ประหยัดไฟ เหมาะสำหรับใช้งานส่วนตัว

ราคา 289 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 600 มล.

ขนาด : 16.7 x 21.8 x 26.6 ซม. 

กำลังไฟ : 550 วัตต์

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 1.2 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 5 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีโถที่ถอดออกได้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  • ตัวกรองแก้วคุณภาพสูงเพื่อรักษาอุณหภูมิของกาแฟ
  • มีที่เก็บสายไฟเพื่อการทำงานที่เรียบร้อย
  • สามารถชงกาแฟได้ 5 ถ้วย เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก 
  • กินไฟเพียง 550 วัตต์ และประหยัดค่าไฟฟ้าได้มาก
ข้อควรพิจารณา

เหมาะสำหรับใช้งานส่วนตัวเท่านั้น

เรารู้ดีกันอยู่แล้วค่ะว่า OTTO ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องใช้ในบ้านคุณภาพสูงมานานหลายปี และเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งเครื่องชงกาแฟนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ตัวโถแก้วผลิตด้วยวัสดุอย่างดี มีความทนทาน มาพร้อมตัวบอกระดับน้ำ นอกจากนี้ด้านการทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก เนื่องจากสามารถทำความสะอาดกับเครื่องล้างจานได้ ตัวเครื่องออกแบบมาให้มีด้ามพลาสติกที่ยาว และทนทาน ช่วยให้จับกระชับมือระหว่างการเทและทำความสะอาด สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ ใช้กำลังไฟ 550 วัตต์ มีความจุ 600 มล. สามารถชงกาแฟแก้วใหญ่ได้ถึง 5 แก้ว โดยใช้เวลาไม่นานมาก ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเบามาก คุณจึงสามารถเก็บไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของห้องครัวได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับช่องเก็บสายไฟ ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับสายไฟขณะใช้งานเครื่องได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเครื่องยังควบคุมได้ง่าย ๆ ด้วยสวิตช์ที่ด้านข้าง ถือเป็นเครื่องชงกาแฟที่พร้อมจะมอบรสชาติที่ดีเยี่ยม และกลิ่นหอมตลบอบอวล
รูปภาพจาก jowsua.com

HOMU เครื่องชงกาแฟสด

เครื่องชงกาแฟขนาดกะทัดรัด ชงกาแฟและทำฟองนมได้ในเครื่องเดียว

ราคา 1,390 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 400 มล. 

ขนาด : 26.6 x 21.1 x 33 ซม. 

กำลังไฟ : 730 – 870 วัตต์ 

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 2.3 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 5 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • สามารถชงกาแฟและทำฟองนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โถและฝาปิดทนความร้อนได้สูงมาก 
  • มีระบบป้องกันความร้อนสูง ช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
  • ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา
  • ทำความสะอาดและบำรุงรักษาง่าย
ข้อควรพิจารณา

เหมาะสำหรับใช้งานส่วนตัวเท่านั้น

HOMU เป็นหนึ่งในเครื่องชงกาแฟชั้นยอดที่มีดีไซน์หรู สวยงาม อัดแน่นด้วยคุณสมบัติอันทรงพลัง เพื่อกาแฟที่ดีที่สุด หากคุณใช้เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ คุณจะสามารถชงกาแฟประเภทต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น มอคค่า คาปูชิโน่ ลาเต้ และกาแฟอื่น ๆ มาพร้อมโถบรรจุน้ำ ขนาด 400 มล. สามารถชงกาแฟได้ครั้งละประมาณ 4 ถ้วย เหมาะสำหรับใช้ในครอบครัว รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟตลอดทั้งวัน โดยเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้มีโถแก้วที่สวยงาม กักเก็บรสชาติ และกลิ่นกาแฟได้ดี มาพร้อมด้ามจับแบบยาว ช่วยให้รินกาแฟทำได้อย่างง่ายดาย ตัวเครื่องมีถาดรองน้ำหยด ซึ่งจะช่วยจัดการกาแฟที่หกได้ง่าย ๆ มีระบบป้องกันความร้อนสูงเกินไป ช่วยให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในกรณีที่อุณหภูมิของเครื่องสูงขึ้นเกิน อีกทั้งยังมีตัวกรองเป็นถ้วยสเตนเลส ซึ่งช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับกาแฟที่นุ่มนวล และสม่ำเสมอที่สุดได้ สำหรับรุ่นนี้ทำงานด้วยมอเตอร์ขนาด 730 - 870 วัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อประสิทธิภาพการทำงาน แต่ไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้า
รูปภาพจาก wacaco.com

WACACO Nanopresso เครื่องชงกาแฟแบบพกพา

เครื่องชงกาแฟขนาดพกพา สามารถชงกาแฟบด และแคปซูลได้ในเครื่องเดียว

ราคา 2,690 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 80 มล. 

ขนาด : 15.6 ซม. 

กำลังไฟ : ไม่ระบุ

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 0.3 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 18 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ใช้งานแบบพกพาได้อย่างสะดวก
  • มีขนาดกะทัดรัดช่วยให้การชงกาแฟระหว่างเดินทางมากขึ้น 
  • ง่ายต่อการใช้และมีความทนทานสูง
ข้อควรพิจารณา

ทำความสะอาดได้ยาก

WACACO Nanopresso เป็นเครื่องชงกาแฟแบบพกพา ไม่ใช้ไฟฟ้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟแบบสบาย ๆ สายแคมป์ แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ทรงพลังมาก มาพร้อมกับโครงสร้างที่แข็งแรง และใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางอยู่เป็นประจำ โดยข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ คุณจำเป็นต้องมีน้ำเดือด และต้องทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันหลังการใช้งาน ตัวเครื่องมี 2 ​​ระดับน้ำ ที่ระบุไว้ในถังเก็บน้ำก็คือ 50 และ 80 มล. ซึ่งคุณจะต้องวางตัวแก้วไว้บนพื้นราบเพื่อเทน้ำเดือด เมื่อคุณเติมน้ำแล้วต้องขันตัวหลักเข้ากับถัง ซึ่งใช้งานครั้งแรกอาจจะซับซ้อนเล็กน้อย สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้คุณสามารถชงได้ทั้ง กาแฟสด และกาแฟแคปซูล ซึ่งถือว่ามีความอเนกประสงค์มาก ๆ ทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบามาก ๆ เหมาะสำหรับนักเดินทางโดยเฉพาะค่ะ
รูปภาพจาก skgelectrics.com

SKG เครื่องชงกาแฟดริปแบบมีที่บดในตัว รุ่น SK-1204

เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ ให้รสชาติกาแฟเข้มข้น มาพร้อมเครื่องบดกาแฟในตัว

ราคา 1,799 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 600 มล. 

ขนาด : 23 x 17 x 28 ซม. 

กำลังไฟ : 600 วัตต์

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 2 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 18 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • สามารถชงกาแฟได้อย่างรวดเร็วทันใจ
  • มีขีดบอกระดับน้ำที่ชัดเจน ช่วยให้ชงกาแฟได้ง่าย
  • ทำความสะอาดได้ง่ายไม่เปลืองเวลา
  • กาแฟที่ได้ออกมาจะมีรสชาติเข้มข้น
ข้อควรพิจารณา

เหมาะสำหรับใช้ชงกาแฟดำเท่านั้น

SKG เป็นอีกหนึ่งเครื่องชงกาแฟดริปที่มาพร้อมกับเครื่องบดกาแฟ โดยโถบรรจุน้ำ มีความจุ 600 มล. สามารถชงกาแฟได้ทั้งหมดประมาณ 4 ถ้วยต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลใน กาแฟเอสเปรสโซ หรือกาแฟดำค่ะ สามารถชงได้ทั้ง เมล็ดกาแฟคั่วบด และผงกาแฟสด ตัวเครื่องมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 600 วัตต์ ซึ่งค่อนข้างประหยัดพลังงาน มีมาตรวัดน้ำแบบโปร่งแสงที่ด้านข้าง ช่วยคุณตรวจสอบระดับได้ง่าย ๆ ภายในตัวกรองสามารถใช้สำหรับกรองกาแฟได้อย่างง่ายดาย ด้านบนมีวาล์วไอน้ำที่ออกแบบมาเพื่อขจัดแรงดันส่วนเกินออกจากเครื่อง จึงมั่นใจได้ว่าการทำงานของเครื่องจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย อีกทั้งตัวเครื่องยังมีวาล์วป้องกันน้ำหยดเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในการชงกาแฟ
รูปภาพจาก duchess.co.th

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM3000B

ตัวเครื่องทรงพลัง ดีไซน์สวยงาม สามารถชงเครื่องดื่มร้อนได้ทุกชนิด

ราคา 1,790 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 1,500 มล. 

ขนาด : 36.5 x 27.5 x 37 ซม. 

กำลังไฟ : 1,050 วัตต์

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 3.6 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 15 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • สามารถชงกาแฟและทำฟองนมได้ในเครื่องเดียว
  • มีปั๊มน้ำ 15 บาร์ทรงพลังสามารถชงกาแฟได้อย่างรวดเร็ว
  • มีถังเก็บน้ำแบบถอดออกได้ 1.5 ลิตรเพียงพอต่อการชงกาแฟ
  • ใช้งานง่ายมากมาพร้อมการรับประกันสินค้ายาวนาน
ข้อควรพิจารณา

อาจจะมีเสียงและแรงสั่นสะเทือนระหว่างทำงาน

หากคุณต้องการกาแฟยามเช้าที่ดีที่สุด คุณต้องมีเครื่องชงกาแฟ Duchess ไว้ที่บ้านค่ะ เพราะเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้เป็นหนึ่งในเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดในตลาด สามารถชงกาแฟประมาณ 4 - 6 ถ้วย ได้ในคราวเดียว ดีไซน์ของเครื่องมีความพรีเมียม ออกแบบมาเป็นเหลี่ยม ช่วยให้จัดวางเข้ามุมได้ง่าย มีการติดตั้งแม่เหล็กไฟฟ้าอันทรงพลัง เพื่อสกัดรสชาติกาแฟเต็มรูปแบบ ใช้มอเตอร์อันทรงพลัง ขนาด 1,050 วัตต์ เพื่อผลิตไอน้ำสำหรับทำฟองนมได้ในคราวเดียว มีก้านชง 2 ช็อต รวมอยู่ด้วย มาพร้อมกับโถเก็บน้ำขนาด 1.5 ลิตร สามารถถอดออกได้โดยเลื่อนขึ้นด้านบน ส่วนการใช้งานรุ่นนี้ก็ง่ายมาก เพียงแค่กดสวิตช์ควบคุมเบา ๆ ซึ่งด้วยการใช้สวิตช์ควบคุมอุณหภูมิ ช่วยให้คุณสามารถปรับอุณหภูมิของน้ำ ให้สูงต่ำตามที่คุณต้องการได้ เพื่อการชงกาแฟได้อย่างลงตัว ใครที่ชอบดื่มกาแฟร้อน ๆ หรือเครื่องดื่มร้อน ๆ ต้องลองค่ะ ในการเลือกซื้อคุณสามารถเลือกซื้อตัวเครื่องเปล่า หรือเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสดพร้อมกับเครื่องบดกาแฟก็ได้
รูปภาพจาก hipresso.eu

Hipresso เครื่องชงกาแฟสดอัตโนมัติ

เครื่องชงกาแฟระบบอัตโนมัติ หน้าจอแบบสัมผัส สามารถเลือกเมนูกาแฟได้ง่ายถึง 19 เมนู

ราคา 18,900 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 1,800 มล. 

ขนาด : 46.3 x 28.3 x 36.5 ซม. 

กำลังไฟ : 1,350 วัตต์

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 13 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 19 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • สามารถทำเครื่องดื่มอัตโนมัติได้ถึง 19 เมนู 
  • ตีฟองนมและบดกาแฟได้ในตัว 
  • หน้าจอระบบสัมผัสใช้งานได้ง่ายมาก ๆ 
  • มีความจุของแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ สามารถชงกาแฟได้หลายแก้วในคราวเดียว
ข้อควรพิจารณา

น้ำหนักค่อนข้างมาก เคลื่อนย้ายได้ยาก

Hipresso เครื่องชงกาแฟสดอัตโนมัติ เป็นเครื่องชงกาแฟที่เหมาะมากสำหรับออฟฟิศ เพราะตัวเครื่องทำงานแบบอัตโนมัติทั้งหมด คุณเพียงแค่เติมเมล็ดกาแฟไปเท่านั้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังสามารถทำเครื่องดื่มได้หลากหลายประเภท และทำฟองนมได้ดีอีกด้วย ฟองนมที่ได้จากเครื่องรุ่นนี้จะสมบูรณ์แบบมาก เพราะนมและอากาศจะถูกตีอย่างรวดเร็วในห้องทำฟองเพื่อผลิตน้ำนมที่นุ่ม ๆ และสมบูรณ์แบบ ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตัวเครื่องมีเครื่องบด Conical Burr ในตัว คุณจึงได้กาแฟที่ผ่านการบดสดใหม่อยู่เสมอ มีหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ทำให้ง่ายต่อการเลือก และปรับแต่งเครื่องดื่มอัตโนมัติถึง 19 ชนิด คุณสามารถปรับความแรง อุณหภูมิ และอัตราส่วนของกาแฟได้ตามความต้องการ การบำรุงรักษาและการทำความสะอาดก็ทำได้ง่ายมาก ๆ เพราะสามารถถอดหัวชงได้อย่างง่ายดาย เมื่อต้องการล้าง
รูปภาพจาก duchess.co.th

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM1320

มีฟังก์ชันชงกาแฟอัตโนมัติ ดีไซน์สวยงาม เหมาะสำหรับร้านกาแฟขนาดเล็ก

ราคา 20,990 บาท*

ข้อมูลสินค้า

ความจุแท็งก์น้ำ : 1,700 มล. 

ขนาด : 56 x 21 x 30  ซม. 

กำลังไฟ : 3,000 วัตต์

น้ำหนักของตัวเครื่อง : 15 กก.

แรงดันน้ำ (บาร์) : 15 บาร์

เหตุผลที่ควรซื้อ
  • เป็นเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและสำนักงาน
  • มีตัวจับเวลาและคุณสมบัติการชงกาแฟที่ดีเยี่ยม
  • เลือกฟังก์ชันการทำกาแฟได้แบบอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นเอสเปรสโซหรือลาเต้ก็เลือกได้ 
  • มีระบบตีฟองนมอัตโนมัติใช้งานได้ง่ายมาก
ข้อควรพิจารณา

ราคาสูง

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM1320 เป็นเครื่องชงกาแฟประสิทธิภาพสูง โดยการใช้งานของเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ทำได้ง่ายมาก ๆ เนื่องจากการทำงานของเครื่องเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติทั้งหมด ซึ่งจะใช้นี้ใช้เทคโนโลยี Thermo Block 3 ชั้น เพื่อให้ความร้อนกับน้ำได้ถึง 90 องศา อุณหภูมิของน้ำ จะถึงจุดเดือดภายใน 40 วินาที เท่านั้น มาพร้อมกับ Portafilter ขนาด 58 มม. ถือเป็นระบบการชงกาแฟที่มีคุณภาพมาก หลายคนคงรู้ดีว่าการชงกาแฟนั้น เคล็ดลับต้องอยู่ที่การปรับสมดุลของน้ำและผงกาแฟ แต่การชงกาแฟด้วยเครื่องนี้ทำได้ง่าย คุณไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงส่วนนั้นเลย เพราะเครื่องรุ่นนี้มีการใช้เทคโนโลยีพิเศษที่มีตัวจับเวลาและมาตรวัดความดันมาให้ เพื่อช่วยในการควบคุมการชงกาแฟโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงช่วยเพิ่มรสชาติของกาแฟ และทำให้คุณได้รับกาแฟที่สมดุลที่สุดทุกครั้ง นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ก้านอบไอน้ำเพื่อสร้างสรรค์ลาเต้อาร์ท และเพิ่มความสุขในการดื่มกาแฟที่อร่อยที่สุดได้อีกด้วยค่ะ

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

คุณสมบัติหลักที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ

1. ประเภทเครื่องชงกาแฟ

ปัจจุบันมีเครื่องชงกาแฟหลายประเภทในตลาดให้คุณเลือกซื้อ ซึ่งการเลือกประเภทของเครื่องชงกาแฟนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของกาแฟที่คุณดื่มค่ะ ปกติแล้วคุณชอบดื่มกาแฟประเภทไหน ? เอสเปรสโซ ลาเต้ หรือคาปูชิโน่ ? ถ้าหากคุณตอบคำถามนี้ได้ มันจะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ถ้าหากคุณอยากได้คำแนะนำจากเรา เราขอแนะนำเลยว่าถ้าคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้กาแฟคุณต้องซื้อเครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติ เนื่องจากจะทำให้คุณมีอิสระในการชงกาแฟ และจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการชงกาแฟได้เกือบทุกขึ้นตอน แต่ถ้าหากคุณอยากประหยัดเวลา และไม่ต้องการยุ่งยาก คุณก็อาจจะซื้อเครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติได้ เพราะมันจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาไปได้มาก คุณสามารถสั่งให้เครื่องทำงานไป ส่วนตัวคุณไปอาบน้ำรอก็ได้ค่ะ เพราะตัวเครื่องสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ

2. ความทนทาน

เครื่องชงกาแฟ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความทนทานมาก ปัญหาทั่วไปของเครื่องเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างที่ทำจากพลาสติกที่ผ่านการเคลือบ ซึ่งวัสดุนี้จะเสื่อมสภาพหลังจากใช้งานไป 1 ปี หากคุณต้องการอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และยังคงทนอยู่แม้ใช้งานเป็นประจำ คุณสามารถซื้อเครื่องชงกาแฟที่มีตัวบอดี้ทำจากสเตนเลสสตีล ปลอดสนิมได้ นอกเหนือจากนี้คุณต้องซื้อเครื่องชงกาแฟที่มาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และมีรีวิวที่ดีเสมอ เพราะถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งของเครื่องชงกาแฟ คุณจะสามารถหาซื้อได้ง่าย

3. ขนาดของเครื่องชงกาแฟ

ก่อนซื้อเครื่องชงกาแฟคุณควรมีพื้นที่มากพอสำหรับใช้จัดวางเครื่องชงกาแฟ เพราะคุณอาจต้องใช้เครื่องชงกาแฟเครื่องเดิมไปนาน ๆ และมันต้องวางอยู่ที่เดิม ๆ เสมอ ซึ่งปกติแล้วเรามักจะวางเครื่องชงกาแฟไว้ในพื้นที่ที่ใกล้กับที่รับประทานอาหารหรือในห้องครัว ดังนั้นก่อนการซื้อคุณต้องคำนึงถึงพื้นที่เคาน์เตอร์ รวมทั้งคุณต้องพิจารณาน้ำหนักรวมทั้งความสูง และก่อนจะซื้อต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าได้หาพื้นที่วางไว้ใกล้เต้ารับไฟฟ้า เพื่อจะให้ชงกาแฟได้ง่ายตลอดเวลาค่ะ

4. ทำความสะอาดง่าย

เรื่องของการทำความสะอาดเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ดังนั้นให้ลองนึกภาพที่คุณทำกาแฟหกบนเครื่องชงกาแฟ จากนั้นต้องนำเครื่องทั้งหมดไปล้างออก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากค่ะ ดังนั้นเมื่อซื้อเครื่องชงกาแฟให้มองหาเครื่องชงกาแฟที่มาพร้อมกับ ถาดรองน้ำหยด ที่ถอดออกได้ ซึ่งอุปกรณ์นี้เป็นส่วนที่วางถ้วย สามารถดึงและถอดออกได้ ในการทำความสะอาด คุณสามารถถอดถาดรองน้ำหยดนี้ออกและนำไปล้างที่อ่างล้างจาน ต่อมาก็ใส่กลับเข้าไปใหม่เพื่อความสะอาด และถูกหลักสุขอนามัย  นอกจากนี้ในปัจจุบันเครื่องชงกาแฟจำนวนมากได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีป้องกันน้ำหก ซึ่งช่วยป้องกันการหกเลอะได้ดีนอกจากนี้ถาดรองน้ำหยดบางส่วนยังสามารถถอดออกเพื่อให้พอดีกับถ้วยขนาดใหญ่หรือเหยือกที่กว้างขึ้นได้

5. ความจุของน้ำ

ในการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ คุณต้องดูที่ความจุของเครื่องชงกาแฟด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่คุณต้องการดื่มในแต่ละวันด้วย ความจุของเครื่องชงกาแฟคือ ปริมาณของการจัดเก็บน้ำ ซึ่งในการเลือกซื้อคุณสามารถดูความจุของน้ำ และจำนวนถ้วยที่เครื่องทำกาแฟสามารถทำได้ในครั้งเดียว หากคุณทานกาแฟเพียงถ้วยเดียว เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าอยากทานกาแฟสดให้เลือกความจุน้อย ๆ ก็พอ  ปกติแล้วเครื่องชงกาแฟสดนั้น สามารถชงกาแฟได้มากถึง 12 ถ้วยต่อครั้ง เมื่อซื้อให้คำนึงถึงจุดนี้ด้วย เพราะเมื่อคุณทราบถึงความจุของเครื่องชงกาแฟแล้ว คุณจะสามารถกะปริมาณในการชงกาแฟในแต่ละครั้งได้ค่ะ

6. ความถี่และการใช้งาน

เพื่อให้ได้กาแฟที่สมบูรณ์แบบ คุณต้องลงทุนกับเครื่องชงกาแฟที่ให้แรงดันน้ำอย่างน้อย 15 บาร์เสมอ เพราะแรงดันนี้เองที่จะทำให้กาแฟมีรสชาติอร่อยและกลมกล่อม ปกติแล้วเครื่องชงกาแฟจำนวนมากมักจะมาพร้อมกับก้านไอน้ำ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยตนเอง หากคุณไม่ได้ถนัดในการควบคุมด้วยตนเอง คุณจะต้องลงทุนไปกับเครื่องชงกาแฟสดอัตโนมัติ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณอยากควบคุมการทำงานเอง เราขอแนะนำให้เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติแทน

7. คุณสมบัติพิเศษ

เราเชื่อเหลือเกินกว่า ทุกคนชอบเครื่องชงกาแฟที่ทำงานได้อย่างหลากหลาย เพราะคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสะดวกมากยิ่งขึ้น และนี่คือคุณสมบัติบางอย่างที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นค่ะ

  • ระบบจับเวลาที่ตั้งโปรแกรมได้ : ซึ่งจะบอกคุณเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด อย่างแม่นยำ คุณจึงไม่จำเป็นต้องยืนรอขณะชงกาแฟ
  • ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ : จะเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด
  • ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ : จะเหมาะมากหากคุณเป็นคนประเภทที่ลืมปิดเครื่องอยู่เสมอ คุณลักษณะนี้จะช่วยคุณประหยัดพลังงานได้มาก

8. ตัวกรองกาแฟ

ตัวกรองกาแฟมักจะมีอยู่ 3 ประเภท ในตลาด ก็คือ ตัวกรองกระดาษ ตัวกรองโลหะ และตัวกรองน้ำ ถ้าคุณชอบกาแฟเข้ม ๆ  ที่กรองกระดาษ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ เพราะมันจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่ถ้าคุณชอบกาแฟดำเข้มข้น คุณควรเลือกที่กรองโลหะ ข้อเสียเพียงเล็กน้อยของตัวกรองเหล่านี้คือ ต้องบำรุงรักษา และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพดีที่สุดค่ะ


อ้างอิง 

(1) Coffee and health