15 วิธีง่าย ๆ ในการพัฒนาตนเองที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

ในช่วงชีวิตหนึ่งหลายคนนั้นอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ทำไมคุณถึงต้องการปรับปรุงตัวเอง? คำตอบของคุณนั้นอาจต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีเพื่อให้ตัวเองมีประสิทธิผลมากขึ้น เพื่อค้นหาสมดุลทางอารมณ์หรือปรับปรุงความสัมพันธ์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นอะไรวันนี้เราได้รวบรวมคำแนะนำนี้ไว้เพื่อช่วยคุณ ทั้งหมด 15 ข้อที่คุณสามารถใช้เพื่อพัฒนาตนเองได้ แต่จำไว้ว่าการพัฒนาตัวเองมันต้องใช้เวลาและความทุ่มเทดังนั้นจงมีความตั้งใจต่อตัวเอง เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรับเปลี่ยนนิสัยของเรา เปลี่ยนการรับรู้ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้เรายังต้องหาความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ ๆ ด้วย

แต่การพัฒนาตนเองไม่จำเป็นต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เสมอไป จริง ๆ แล้วอาจเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ในการปรับปรุงสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วเพื่อให้คุณอยู่ในที่ที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณต้องมีคือความสม่ำเสมอความมุ่งมั่นและความกล้าหาญที่จะลองทำบางสิ่งที่จะท้าทายคุณ แทนที่จะมุ่งหน้าไปสู่อนาคตซึ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่าจะไม่มีวันไปถึงได้ คุณสามารถเริ่มทำตามขั้นตอนการพัฒนาตนเองที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพได้ตั้งแต่วันนี้ ดังนั้นหากคุณต้องการสร้างผลกระทบต่อชีวิตของคุณในทันทีและเต็มใจที่จะดำเนินการก็อ่านต่อไป เพราะเมื่อคุณได้อ่านแล้วชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนไปและไม่มีวันเหมือนเดิม

1. เต็มใจที่จะทำงานหนัก

หากคุณต้องการบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ คุณต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มา นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำงานหนักมากจนเกินไป ปล่อยให้คุณหมดแรง และทิ้งชีวิตส่วนตัวไว้กับงาน แต่หมายความว่า เมื่อคุณต้องการบางสิ่งที่ดีพอคุณจะต้องใช้เวลาทำมัน แต่ถ้าบางอย่างไม่ดีก็อย่ามัวเสียเวลา การกระทำคือสิ่งที่สำคัญมาก และหากการกระทำนั้นมีแรงบันดาลใจมากเท่าไหร่ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นในตอนท้าย

2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเพื่อนที่คุณสามารถพูดคุยด้วยได้

การแบ่งปันภาระมีความสำคัญเช่นเดียวกับการพัฒนาตนเอง หากคุณสามารถสื่อสารกับผู้อื่นและรับคำติชมว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนจะดีมาก เพราะเราทุกคนต้องการคนรับฟังและคนให้กำลังใจ ในมุมของเราเพื่อให้เราก้าวต่อไปในเวลาที่ยากลำบากแต่คุณก็ต้องมีคนที่จะบอกคุณว่ามันเป็นอย่างไรแม้ว่าคุณจะไม่อยากได้ยินก็ตาม ดังนั้นให้แน่ใจว่าคุณมีเครือข่ายการสนับสนุนที่ดีรอบ ๆ ตัวคุณโดยเฉพาะคนที่เคารพในความคิดเห็นของคุณ

3. ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์แทนที่จะคิดมากกับมัน

บางครั้งเราก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางทีคุณอาจตกงาน หรือแฟนของคุณทิ้งคุณไป แทนที่จะวิเคราะห์สถานการณ์มากเกินไปให้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของคุณ และยอมรับในสถานการณ์ดังกล่าว มันไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้สถานการณ์ของคุณกลายเป็นเรื่องดราม่า แต่จำไว้ว่าสิ่งที่คุณคิดมาก มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับประโยชน์มากขึ้น ดังนั้นควรปรับตัวให้เข้ากับมันเพราะคุณจะรู้สึกว่ามันเป็นภาระน้อยลงมากกว่าเก่า

4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้เวลาอย่างชาญฉลาด

เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากในขณะที่คนอื่นจะบอกว่าเวลาเป็นภาพลวงตา สิ่งหนึ่งที่เรารู้ก็คือคุณมีชีวิตเดียวบนโลกใบนี้ ดังนั้นการใช้เวลาจึงมีความสำคัญสูงสุด แล้วคุณจะใช้เวลาอย่างชาญฉลาดได้อย่างไร? มีเพียงคุณเท่านั้นที่รู้วิธีทำ แต่ให้ดูว่าคุณใช้เวลาในแต่ละวันอย่างไร คุณนั่งทำงานทั้งวัน กลับบ้านกินข้าวแล้วนั่งทรุดนั่งอยู่หน้าทีวีในช่วงเย็นที่เหลือหรือไม่? หากใช่โปรดจำไว้ว่าเวลาของคุณบนโลกนี้มีค่าลองหาอะไรใหม่ ๆ ไปเดินเล่น เรียนภาษาใหม่หรือนั่งสมาธิ แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่คุณรักก่อนที่จะทำมัน

5. เสมอต้นเสมอปลาย

วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาตนเองก็คือ การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ  ตัวอย่างเช่น คุณเป็นคนที่เริ่มกิจวัตรการออกกำลังกายใหม่ ๆ แล้วหยุดทำไป 3 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรและทำอะไรก็ตาม จงมีความสม่ำเสมอ เมื่อคุณให้คำมั่นสัญญาจงยึดมั่นกับมัน มันจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างล้นเหลือ คุณจะรู้สึกมั่นใจและมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น เพราะคุณจะรู้ว่าไม่ว่าคุณจะรับมือกับอะไรคุณก็จะทำได้อย่างสม่ำเสมอ

6. ไปหาสถานที่ที่มีความสุขของคุณ

สถานที่ที่เราหมายถึงไม่ได้เหมือนกับการแวะไปที่บาร์หรือร้านอาหารในพื้นที่ของคุณและดื่มด่ำกับเครื่องดื่มหรืออาหารที่คุณโปรดปราน สิ่งที่เรากำลังพูดคือการค้นหาว่า คุณชอบทำอะไร สิ่งไหนที่ทำให้คุณมีความสุข ซึ่งสถานที่ที่มีความสุขของคุณคือสถานที่ที่คุณพบกับความสงบที่ซึ่งคุณรู้สึกพึงพอใจ การทำสมาธิเป็นวิธีที่ดีในการค้นหาสถานที่ที่มีความสุข มันนำจิตวิญญาณกลับมาหาคุณและทำให้แน่ใจว่าคุณมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันเสมอ

7. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถยอมรับได้กับทุกอารมณ์

ในชีวิตคุณจะพบว่ามันทำให้คุณเกิดความท้าทายที่ยากลำบาก บางครั้งอารมณ์มันก็ทำให้คุณกลัวและนำคุณไปสู่ความไม่แน่นอนและบางครั้งมันก็จะสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต โอบกอดมันด้วยใจจริงและเข้าใจว่าทำไมถึงมีอารมณ์นั้น พยายามอย่าเพิกเฉยหรือต่อต้านอารมณ์จงโอบกอดอารมณ์ของตัวเองทุกครั้ง

8. เตรียมพร้อมที่ออกจากเซฟโซน 

ความคิดที่จะก้าวออกจากเซฟโซน สำหรับบางคนอาจทำให้คุณมีความกลัว อย่างไรก็ตามสำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในชีวิตของคุณ ความสะดวกสบายของคุณมักจะต้องถูกก้าวออกไป ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การกระโดดร่มหรืออะไรที่บ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามมันคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนบางสิ่งที่คุณเคยกลัว เช่น ไปดูหนังด้วยตัวเองหรือกินข้าวที่ร้านซูชิคนเดียว กินอะไรที่ไม่เคยกินมาก่อน เราขอแนะนำให้ลองทำอะไรใหม่ ๆ มันไม่จำเป็นต้องแปลกประหลาดแต่ต้องท้าทายคุณและต้องพาคุณออกมาจากเซฟโซน

9. พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น

ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือคนแปลกหน้าบนท้องถนน สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน เราขอแนะนำให้คุณช่วยคนอื่นในเวลาที่ต้องการ วิธีนี้เป็นการพัฒนาตนเองที่ยอดเยี่ยมและทำได้ง่ายๆ การให้ผู้อื่นไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อคนที่คุณกำลังช่วยเหลือแต่ยังรวมถึงตัวคุณเองด้วย มันสามารถทำให้คุณรู้สึกถึงจุดมุ่งหมายคุณยังได้คำนึงถึงปัญหาและความกังวลของคุณเอง

10. อยู่กับช่วงเวลาปัจจุบัน

เครื่องมือในการพัฒนาตนเองที่ยอดเยี่ยมคือการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ในขณะนี้ ในช่วงเวลานี้คุณจะประทับใจกับทุกสิ่งที่คุณมีและเห็นความงามในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด การคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันของคุณและนำความคิดของคุณกลับมาสู่จุดที่เป็นอยู่จะนำมาซึ่งวิถีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น แทนที่จะกังวลตลอดเวลาหรือเครียดเกี่ยวกับอดีตหรืออนาคต ซึ่งทั้งสองอย่างไม่มีอยู่จริงมีเพียงช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น เมื่อคุณเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบนั้นคุณจะไม่อยากกลับไปคิดอีก

11. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

ไม่มีอะไรให้อิสระเท่ากับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มันสามารถเพิ่มทั้งความมั่นใจ ความนับถือตนเองและเป็นเหตุผลที่ดีในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ หากคุณเติมกิจกรรมทางสมองอย่างต่อเนื่องโดยการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา คุณจะรู้สึกว่าอยู่เหนือเกมและต้องการแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้ ไม่มีอะไรที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถเท่ากับการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ในชีวิตที่สามารถปรับปรุงตัวคุณหรือเพิ่มระดับความมั่นใจ โปรดรู้ไว้ว่าการอ่านหนังสือยังเป็นวิธีที่ดีในการช่วยให้คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

12. ออกกำลังกายทุกวัน

สิ่งนี้ดูเหมือนจะชัดเจนแต่การออกกำลังกายมีความสำคัญมากไม่เพียงแต่ต่อสุขภาพของคุณเท่านั้นแต่ยังรวมถึงจิตวิญญาณของคุณด้วย เราทุกคนรู้ดีว่าหลังออกกำลังกายโลกจะรู้สึกสดใสและเป็นบวกมากขึ้น แล้วทำไมเราไม่ทำบ่อยขึ้นล่ะ? การออกกำลังกายไม่ได้เกี่ยวกับการมีหุ่นที่สมบูรณ์แบบหรือการลดน้ำหนัก เพราะมันจะเสริมความรู้สึกดีทั้งภายในและภายนอก การมีร่างกายที่แข็งแรงทำให้จิตใจแข็งแรงขึ้นด้วย ดังนั้นเริ่มต้นอะไรสักอย่างตั้งแต่วันนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงการเดินเล่นทุกวันแต่ก็ดีกว่านอนอยู่บนโซฟาเสียอีก (1)

13. ไปที่ใหม่ ๆ และออกไปเที่ยวบ้าง

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของการไปสถานที่ใหม่ ๆ และสัมผัสชีวิตนอกบ้าน หลาย ๆ คนอยู่ในที่เดียวบ่อยเกินไป ได้เห็นแต่คนเดิม ๆ บนถนนสายเดียวกัน และทำสิ่งเดียวกันทุกวัน หากคุณต้องการปรับปรุงชีวิตของคุณ ให้ออกไปสถานที่อื่นบ้าง ไปแหงนมองดูสถานที่ใหม่ พบเจอคนใหม่ ๆ โดยคุณสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการลองไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือไปในที่ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน

14. ฟังเพลงและเต้นรำ

สิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น และทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นได้นั้นก็คือ การฟังเพลง และการเต้นรำ ดังนั้นอย่าลืมไปร้องและฟังเพลงบ้างเพื่อปล่อยให้ตัวเองล่องไปตามอารมณ์ รวมถึงการเต้นรำก็เป็นการออกกำลังกายทำให้คุณรู้สึกดี (1) มันปลดปล่อยอารมณ์ทุกประเภทและทำให้คุณรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ การพัฒนาตนเองไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ยากเท่านั้น อาจเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ค้นหาเพลงใหม่เพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณที่ทำให้คุณเต้นและสนุกไปกับมัน (2)

15. ตื่นเร็วกว่าปกติ

นี่เป็นข้อสุดท้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดลับการพัฒนาตนเองที่เราทุกคนรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีและเริ่มต้นได้ง่าย ๆ แต่ดูเหมือนว่าหลาย ๆ คนอาจมองข้ามไป เพราะในช่วงตื่นนอนคือช่วงเวลาที่สมองของคุณทำงานได้เต็มที่มากที่สุดเนื่องจากสมองเพิ่งได้รับการพักผ่อนมาอย่างน้อยก็ 5-7 ชั่วโมง ดังนั้นคุณสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ และการเต้นรำ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหมดในช่วงตอนเช้าของวันใหม่ และจะทำให้วันของคุณเริ่มต้นได้อย่างสดใส


อ้างอิง 

(1) The Benefits of Exercise for the Clinically Depressed

(2) Music and the brain: the neuroscience of music and musical appreciation