ทำไมการเลิกกับใครสักคนถึงเป็นเรื่องที่ยาก ?

“ความรัก” เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใมครออกใครค่ะ วันนี้เราอาจจะรักกัน พรุ่งนี้อาจจะทะเลาะกัน หรือวันมะรืนเราอาจจะเลิกกันไปเลยก็ได้ ทุกอย่างไม่เคยมีกฎเกณฑ์ตายตัว มันอยู่ที่คนสองคนว่าสามารถรักและจับมือกันไปได้แค่ไหน เมื่อก่อนคุณเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่าทำไมเพื่อนของคุณถึงทรมานตัวเองในความสัมพันธ์ที่แย่ ๆ แน่นอนว่าคุณไม่มีทางรู้เหตุผลเบื้องหลังการกระทำของเธอจนกว่าคุณจะพบว่าตัวเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเหมือนกัน การได้อยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ จะทำให้คุณสามารถเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้น การเดินจากไปและก้าวต่อไปไม่ได้เป็นเรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ เลย แต่มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ขัดขวางคุณจากการทำในสิ่งที่จำเป็น ในที่สุดชีวิตทั้งชีวิตของเราก็กลายเป็นการปล่อยวาง แต่การปล่อยวางไม่ใช่การเป็นแค่การเดินเล่นในสวนสาธารณะ เพราะเมื่อคุณอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาว และในที่สุดความสัมพันธ์นั้นก็มาถึงจุดที่คุณต้องก้าวต่อไป มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณต้องทิ้งไว้เบื้องหลังและสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ฉุดรั้งคุณไม่ให้ก้าวต่อไป มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. คุณได้ลงทุนเวลาและความพยายามอย่างมาก

เราทุกคนมีไทม์ไลน์กำหนดไว้ในใจ บางคนมีเป้าหมายบางอย่างที่ตั้งไว้ ซึ่งจะต้องบรรลุในช่วงอายุหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ชีวิตไม่ยุติธรรมสำหรับเรา มันบีบบังคับให้เราเดินไปตามทางที่คดเคี้ยว และพลิกผันมากมาย เมื่อคุณมีความสัมพันธ์กับใครบางคนเป็นเวลานาน คุณมักจะทุ่มเทเวลา และความพยายามที่มีอย่างมากเพื่อพวกเขา แต่แน่นอนว่าคุณไม่สามารถเอาทั้งหมดนั้นออกจากสมการได้ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะออกจากความสัมพันธ์ที่แตกสลายการรักษาและสร้างความสัมพันธ์เหมือนกันตรงที่ว่ามันต้องใช้เวลา เพราะเวลาเพิ่มความรู้สึกให้กับทุกสิ่ง เช่นเดียวกันถ้าหากคุณอาศัยอยู่ในบ้านหลังนึงเป็นเวลานานคุณจะติดอยู่กับบ้านหลังนั้น และคุณจะเกิดความลังเลเมื่อถึงเวลาที่จะต้องย้ายออกไป ความสัมพันธ์จะคล้ายกันเราเป็นมนุษย์และเรามีเวลาจำกัดในมือ และมันทำให้เราเต็มไปด้วยความเศร้าโศกอย่างท่วมท้นที่ต้องสูญเสียเวลาเพื่อใครสักคนที่กำลังจะกลายเป็นคนแปลกหน้าในอีกไม่ช้า 

2. คุณยังคงรักเขามากและคุณคิดว่าพวกเขาเป็นคนเดียวที่คุณจะรัก

ความรักไม่มีเงื่อนไขเสมอ ความรักไม่สนใจว่าคุณกำลังคบอยู่กับคนประเภทไหน เมื่อคุณมีความผูกพันที่แน่นแฟ้น คุณจะห่วงใยพวกเขาไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คุณจะมีความหวังอยู่เสมอ คุณจะพูดกับตัวเองว่า “บางทีความสัมพันธ์จะเยียวยาและสิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้น” แม้ว่าคุณจะไม่ได้เชื่อในคำพูดเหล่านั้นก็ตาม แม้ว่าคุณจะไปถึงจุดที่คุณเชื่อว่าความสัมพันธ์นั้นเกินกว่าจะไปต่อได้ แต่ก็ยังยากที่คุณจะกำจัดพวกเขาออกไปจากใจ บางครั้งผู้คนต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง เนื่องจากอดีตที่เคยมีแผลเป็น เพราะพวกเขาครอบครองความคิดของคุณเมื่อคุณทำงาน หรือรับประทานอาหารหรือทำอะไรสุ่ม ๆ บางคนไม่ได้ออกไปจากคุณง่าย ๆ และมันไม่ใช่ตอนนี้ อาจจะเป็นเดือน หรือบางครั้งอาจเป็นปี เมื่อพยายามที่จะผลักใครสักคนออกไปมันจะเจ็บปวด และอาจทำให้เกิดบาดแผลทางอารมณ์อย่างรุนแรง

3. ความมั่นคงทางการเงินของคุณอาจตกอยู่ในความเสี่ยง

ความมั่นคงทางการเงินของคุณอาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากคุณสลัดความสัมพันธ์ที่ยาวนานออกไป คุณอาจมีบัญชีธนาคารร่วมกัน หรือการลงทุนร่วมอื่น ๆ เราอยู่ในโลกแห่งความจริง และสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญในโลกแห่งวัตถุ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแยกแยะก่อนที่จะออกจากความสัมพันธ์ นอกจากนี้มันยังมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องคำนึงถึง เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเอกสารทางกฎหมาย การจ่ายค่าดูแลเด็กเมื่อคุณแยกทางกัน เป็นต้น

4. คุณกลัวคำนินทา

ผู้คนมักชอบนินทากัน และบางครั้งการนินทานี้ก็มาถึงคุณ คุณไม่จำเป็นต้องตอบโต้ใครเกี่ยวกับปัญหาของคุณ แต่เมื่อครอบครัว เพื่อน และคนที่คุณรักถามคำถามจากคุณมันยิ่งทำให้คุณก้าวต่อไปได้ยากลำบากขึ้น คุณอาจมีภาพลักษณ์ทางสาธารณะ และไม่อยากให้ภาพลักษณ์นั้นเสียไปด้วย ดังนั้นคุณไม่ชอบที่จะให้ใครมาเห็นอกเห็นใจคุณ ไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณนั้นผิดปกติ

5. คุณต้องคิดถึงเด็ก ๆ

คุณอาจมีเป้าหมายสำคัญในอนาคตที่สามารถทำได้กับคู่ของคุณเท่านั้น คุณต้องการให้ลูก ๆ มีพ่อและบ้านที่มั่นคง บางทีคุณอาจมีวัยเด็กที่ยากลำบาก คุณมีปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอดและคุณไม่ต้องการให้ลูก ๆ เผชิญกับสิ่งเดียวกับที่คุณเคยเป็น ดังนั้นคุณต้องติดอยู่กับคนรักของคุณเพื่อลูก ๆ ของคุณ ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไรคุณต้องตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดและเดินหน้าต่อไปเพราะความสัมพันธ์ที่แตกสลายไม่เพียงแต่จะเสียเวลามากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณหมดอารมณ์อีกด้วย สุขภาพทางอารมณ์ของคุณควรมีความสำคัญสูงสุดสำหรับคุณ คุณต้องจัดลำดับความสำคัญของตัวเองให้มากกว่าทุกสิ่งและคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากนรกที่คุณกำลังเผชิญอยู่