วิธีรักษาอาการ “อกหัก” ทำไงให้หายเศร้า : อกหัก เราต้องรอด !

“มูฟออนเป็นวงกลมทำยังไงดีคะพี่สาว” “พี่คะหนูมูฟออนเป็นรูปไก่ : ไก่มาได้มั๊บ กลับมาได้มั๊ย” หลายคนคงจะเคยถามและถูกถามคำถามแบบนี้และคำตอบก็เป็นอะไรที่ทำได้ยากเหลือเกิน คนที่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้รู้กันดีว่าสาหัสจนเอาชีวิตแทบไม่รอด มันเจ็บจี๊ด ๆ อยู่ในใจ บ้างก็ตัดผมเปลี่ยนสไตล์เป็นคนใหม่จนแทบจำไม่ได้ บ้างก็เข้าออกร้านเหล้าเป็นว่าเล่นจนเพื่อนไม่ไหวจะแบก  บ้างก็หันไปเข้าสายรักสุขภาพ

ไม่มีใครไม่เคยอกหักค่ะ การมูฟออนของแต่ละคนนั้นอาจจะไม่เหมือนกัน บ้างก็เปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้น บ้างก็เปลี่ยนไปทางแย่ลง ดังนั้นวันนี้เราจึงมีแนวทางมูฟออนสำหรับนักมูฟออนมือใหม่มาฝาก เพื่อที่ทุกคนจะก็าวข้ามความเสียใจและเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ มาเติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กันนะคะ

คุณต้องให้เวลากับตัวเอง

1. ให้เวลากับตัวเอง

เมื่อความสัมพันธ์ยุติลงหรือเมื่อเกิดการเลิกราจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีด้านอารมณ์และร่างกาย ทำให้เรามีความรู้สึกเหงา, รู้สึกไม่เป็นที่รัก, หดหู่ และไร้ค่า หลายคนจึงเลือกที่จะประชดชีวิตด้วยการตัดผมใหม่, ไปท่องเที่ยว หรือเที่ยวกลางคืน เพื่อทำให้ตัวเองไม่รู้สึกเหงา แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าการแก้ปัญหาแบบนี้ อาจจะทำให้รู้สึกดีแค่ในช่วงแรกแค่นั้นค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักคุณจะรู้สึกขมขื่นกับชีวิต, เบื่อหน่าย, หดหู่, กลัว, รู้สึกแย่กับตัวเอง และเริ่มออกเดทกับคนมากมาย ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้นี่แหละค่ะ ที่จะส่งผลกับความสัมพันธ์ระยะยาวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แทนที่จะวิ่งหาความสุขกับคนหมู่มาก ทำไมเราไม่ลองให้เวลากับตัวเองสักหน่อยล่ะ? ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อค้นหาว่าจริง ๆ แล้วเรารู้สึกอย่างไรกันแน่ คุณอาจจะเคยคิดว่าเขาคนนั้นคือคนที่ใช่ คนที่เกิดมาเพื่อเรา ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงออกชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแม้กระทั่งเพื่อนหรือคนในครอบครัวก็ตาม นั่นเป็นเพียงแค่ความคิด เป็นสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากเขาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไรกันแน่ คุณควรจะใช้เวลาตรงนี้เพื่อค้นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง

2. ความเศร้าไม่ได้แย่เสมอไป

ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาคนนั้นจะจบลงแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนหรือครอบครัวของเขาจะจบลงด้วยนะคะ คุณอาจจะสูญเสียพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัย, สถานะภาพทางสังคม, หรืออะไรก็ตามที่คุณจินตนาการว่าจะทำร่วมกับเขา ไม่มีอะไรอยู่คงทนตลอดไปหรอกค่ะ คุณอาจจะต้องใช้เวลาอยู่กับความเศร้าโศกสักพักเพื่อยอมรับว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับคุณอีกต่อไปแล้ว หลายคนคงจะคิดว่าคิดว่า “แหม ก็พูดได้สิหล่อนไม่ได้เสียใจเหมือนฉันนี่” แต่จริง ๆ แล้วร่างกายและสมองของเราจะหลีกเลี่ยงความเศร้าโศกเสียใจต่าง ๆ นานาโดยธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ เพราะการเผชิญหน้ากับความจริงเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเหลือเกิน หลายคนจึงเลือกที่เข้าสังคมหรือไปเที่ยวคลับบาร์ต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจมอยู่กับความเสียใจนั่นเองค่ะ แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะส่งผลเสียต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า, วิตกกังวล, ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง, ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง, สภาวะตึงเครียด, สิ้นหวัง รวมไปถึงความคิดหมกมุ่นต่าง ๆ นานา ใช่ค่ะ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมูฟออนไม่ได้สักที แต่การเผชิญหน้ากับความเศร้าเหล่านั้นจะทำให้คุณสามารถควบคุมความรู้สึกและพลังงานของตัวเองได้ดีขึ้น คุณคงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่เต็มไปด้วยอคติใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นการยอมรับความเสียใจและความจริงจึงเป็นวิธีที่จะทำให้คุณมูฟออนได้อย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ

3. ความเศร้า 5 ขั้นตอน

ความเศร้า 5 ขั้นตอน ของ Dr. Elisabeth Kubler-Ross (1) เป็นวิธีการที่เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวมูฟออนก็ว่าได้ค่ะ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีเรื่องราวและความเศร้าที่ต้องเผชิญไม่เหมือนกัน แต่การฝึกฝน 5 ขั้นตอนนี้จะเป็นแนวทางที่จะนำคุณไปสู่ความสุขได้อย่างไม่ยากเลย

  1. ปฎิเสธ (การไม่ยอมรับความจริง)
  2. โกรธ (ความตึงเครียดของร่างกาย, ความหงุดหงิด และความไม่พอใจ)
  3. ต่อรอง (การวิงวอนหรือไหว้พระขอพรต่าง ๆ )
  4. หดหู่ (เศร้า, รู้สึกว่างเปล่า, รู้สึกผิด, นอนไม่หลับ, เบื่ออาหาร และสิ้นหวัง)
  5. ยอมรับความจริง เมื่อข้ามผ่านความรู้สึกทั้งหมดไปแล้ว สุดท้ายคุณจะยอมรับความจริงและพบเจอความสุข

ในระหว่างการฝึกฝน คุณจะต้องตระหนักรับรู้ถึง ความรู้สึก, พฤติกรรม, ความคิด, และปฎิกิริยาทางร่างของคุณอยู่เสมอนะคะ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าพยายามควบคุมหรือบังคับมัน การก้าวผ่านความเสียใจเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นอย่าฝืนหรือทรมาณตัวเอง

4. โซเชียลดีท็อกซ์ (Social Detox) 

เขาทำอะไร, อยู่ที่ไหน, อยู่กับใคร, แฟนใหม่หน้าตาเป็นยังไง, หาใหม่ได้ดีกว่าเราหรือเปล่า และคำถามอีกมากมาย เป็นปัญหาใหญ่ของนักมูฟออนมือสมัครเล่น ดังนั้นคุณ ๆ ทั้งหลายจึงชอบเผลอไปส่องหรือกดดูสตอรี่ของเขาทุก 3 นาที บางคนแข็งใจบล็อกไปแล้วแต่ก็ขอยืมมือถือเพื่อนมาส่องสักหน่อย มันห้ามใจไม่ได้จริง ๆ ใช่ไหมคะ แต่การกระทำเหล่านี้แหละเป็นตัวการที่จะทำให้เรามูฟออนไม่ได้ เพราะการวิตกกังวลและความรู้สึกอยากรู้เรื่องราวของเขาตลอดเวลาหรือการได้ยินเสียงแจ้งเตือนเข้าบ่อย ๆ นั้นอาจจะเป็นสัญญาณของอาการ F.O.M.O (Fear of missing out) (2) หรือหนักกว่านั้นบางคนอาจจะพยายามเข้าระบบเพื่อดูว่าเขาคุยกับใครบ้าง อย่าหาทำนะคะเพราะพฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายและติดคุกได้เลยนะ ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะเจาะแก่การทำโซเชียลดีท็อกซ์ที่สุดแล้วค่ะ ลองปิดเสียงการแจ้งเตือนหรือลบแอปที่ไม่จำเป็นออก, จำกัดเวลาการเล่นโซเชียล, ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและคนรอบข้าง หรือหางานอดิเรกใหม่ ๆ ทำโดยไม่ต้องกังวลว่าในโซเชียลจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วคุณจะพบว่ามิตรภาพที่อยู่ตรงหน้าสำคัญกว่าเรื่องราวข่าวสารในมือถืออีกนะคะ

5. สติมาปัญญาเกิด

ลองสูดหายใจเข้าลึก ๆ, ทำสมาธิ, ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ใช้สติและความสงบ และปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปตามที่ควรจะเป็น อย่าพยายามยึดติดหรือบังคับสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปตามใจต้องการ แล้วความรู้สึกแย่ ๆ ที่คอยกัดกินหัวใจของเราอย่างยาวนานก็จะค่อย ๆ หลุดหายไปในที่สุด คุณจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงและเป็นคนใหม่ที่สดใสราวสายรุ้ง

6. ออกเดทกับตัวเอง 

นักมูฟออนมือสมัครเล่น มักจะประสบปัญหาในการพยายามคิดว่าตัวเองเคยเป็นอย่างไรก่อนเจอเขา และพวกเขามักจะเห็นตัวเองตอนที่มีความสุขหรือความทุกข์กับความสัมพันธ์จนลืมไปว่าตัวเองเคยทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม, เป็นที่สนใจ และมีสเน่ห์แค่ไหนตอนที่พวกเขายังโสด จริง ๆ แล้วการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ควรจะทำให้สิ่งเหล่านี้ในตัวคุณลดลงเลยนะคะ และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรจะลองออกเดทกับตัวเองดูบ้าง เพราะการออกเดทกับตัวเองจะทำให้คุณค้นพบว่าจริง ๆ แล้วคุณต้องการอะไร อยากให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางไหน และการเดทกับตัวเองมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  1. เลือกเวลาที่คุณรู้สึกว่าเหมาะที่สุดในการเดทกับตัวเอง พยายามทำตัวให้ว่างและหลีกเลี่ยงวันที่มีนัดสำคัญ
  2. วางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ควรทำสิ่งที่อยากจะทำจริง ๆ 
  3. เตรียมตัวออกเดท เลือกชุดที่สวยและมั่นใจที่สุดเพื่อตัวเอง
  4. ออกเดทอย่างมีสติ พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และสนุกไปกับช่วงเวลาที่มีค่าเหล่านั้น
ความผิดหวังและประสบการณ์ จะทำหน้าที่ซ่อมแซมรอยรั่วที่จะเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในอนาคต

7. จดจำไว้นะใจเจ้าเอย

อย่าลืมว่าทำไมเราต้องกลับมาเป็นคนโสดอีกครั้ง คุณอาจจะคิดว่า “เอ๊า แล้วทั้งหมดที่ทำมามันจะมีค่าอะไรล่ะ” จริง ๆ แล้วเมื่อก้าวผ่านความเศร้าโศกเสียใจและยอมรับความจริงได้แล้ว คุณจะรู้สึกได้ว่าการที่ต้องจดจำหรือนึกย้อนกลับไปว่าทำไมความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องจบลงมันไม่ได้เป็นเรื่องที่เจ็บปวดเลยค่ะ กลับกันความทรงจำและสิ่งเหล่านี้จะคอยย้ำเตือนให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีสติและเติบโตขึ้นเป็นคนใหม่ ความผิดหวังและประสบการณ์จะทำหน้าที่ซ่อมแซมรอยรั่วที่จะเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในอนาคต ความเจ็บปวดเหล่านั้นจะสอนให้เรารู้จักรัก และวันหนึ่งคุณก็จะพบเจอกับความรักที่เต็มไปด้วยความสุขและความสมหวังโดยไม่ต้องพยายามค่ะ

สุดท้ายแล้ว เราก็หวังว่าคุณจะสามารถก้าวผ่านความยากลำบากในช่วงนี้ไปได้ อย่าลืมนะคะ ความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดคือการรักตัวเองค่ะ วันนี้เราอาจจะยังเสียใจและเฝ้าถามว่าทำไมเราต้องเจอกับความเสียใจแบบนี้ด้วย แต่วันหนึ่งที่คุณหายดีคุณจะเป็นคนใหม่ที่รักและเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ ขอเอาใจช่วยนักมูฟออนมือใหม่ให้สามารถก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งนะคะ ขอให้ทุกคนเติบโตเป็นอย่างดี สวัสดีค่ะ


อ้างอิง 

(1) Nursing Grief and Loss

(2) Fear of missing out